ภาพอ้างอิงงานกราฟิกช่วยให้ผู้ว่าจ้างกับทีมออกแบบเห็นทิศทางร่วมกันได้ แต่การส่งหลายภาพพร้อมคำว่า “อยากได้ประมาณนี้” อาจยังไม่พอ เพราะแต่ละคนอาจชอบคนละส่วนของภาพเดียวกัน การใส่เหตุผลสั้น ๆ จึงสำคัญกว่าการรวบรวมตัวอย่างจำนวนมาก
เริ่มจากเป้าหมายของชิ้นงาน
ก่อนเลือกภาพ ให้บอกว่างานนี้สื่อสารกับใคร ต้องการให้เข้าใจอะไร และจะใช้ที่ไหน เช่น โพสต์แนะนำบริการอาจต้องเห็นสารหลักชัด ขณะที่ภาพเปิดแคมเปญอาจเน้นบรรยากาศและการจดจำ เป้าหมายช่วยให้ทีมประเมินว่าตัวอย่างที่ชอบเหมาะกับงานจริงหรือไม่
บอกว่าชอบส่วนไหนอย่างเจาะจง
แยกความเห็นเป็นสี การจัดวาง รูปแบบภาพ และตัวอักษร ตัวอย่างสมมติ อาจระบุว่า “ชอบพื้นที่ว่างกับภาพสินค้าขนาดใหญ่ แต่ไม่ต้องการพื้นหลังสีเข้ม” ซึ่งชัดกว่าการบอกว่าชอบทั้งภาพ หากชอบตัวอักษร ควรอธิบายบุคลิกที่ต้องการด้วย เพราะรูปแบบที่ดูดีในภาษาอังกฤษอาจต้องปรับเมื่อนำมาใช้กับภาษาไทย
- สี: อยากได้บรรยากาศแบบใด และต้องคงสีแบรนด์ใด
- ภาพ: ชอบภาพถ่าย ภาพวาด หรือรูปทรงลักษณะไหน
- องค์ประกอบ: ต้องการให้ข้อมูลใดเด่นเป็นอันดับแรก
- ข้อยกเว้น: มีส่วนใดในตัวอย่างที่ไม่ต้องการนำมาใช้
จัดมู้ดบอร์ดให้แต่ละแนวทางมีเหตุผลร่วมกัน
หากมีหลายทิศทาง ให้แยกเป็นชุดที่อธิบายได้ เช่น เรียบและเป็นทางการ หรือมีสีสันและเป็นกันเอง ไม่ควรรวมตัวอย่างที่ขัดกันโดยไม่บอกว่าจะให้น้ำหนักด้านใด ทีมอาจช่วยเสนอทางเลือกก่อนเริ่มออกแบบชิ้นงานจริง เพื่อให้การอนุมัติเป็นเรื่องของทิศทางที่ตกลงกัน
ใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่แบบสำหรับคัดลอก
แนบแหล่งที่มาของตัวอย่างและบอกว่าต้องการศึกษาส่วนใด ภาพอ้างอิงไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์นำองค์ประกอบนั้นมาใช้ในชิ้นงานจริง ควรให้ทีมสร้างแนวทางของแบรนด์จากบรีฟ และใช้ภาพหรือทรัพยากรที่เหมาะกับการใช้งานของโครงการ
หากมีภาพสินค้าและข้อความจริง ให้ส่งพร้อมกันตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้เลือกทิศทางจากภาพตัวอย่างที่ต่างจากวัตถุดิบที่มีมากเกินไป
ตกลงเกณฑ์ตรวจงานก่อนเริ่ม
สรุปเป็นข้อความสั้น ๆ ว่างานต้องมีคุณสมบัติอะไร เช่น อ่านชื่อบริการได้ชัด เห็นสินค้าเป็นจุดหลัก และใช้สีตามแบรนด์ เมื่อรับแบบจึงเทียบกับเกณฑ์เดียวกัน พร้อมรวบรวมความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องให้เป็นข้อสรุปที่ทีมแก้ไขได้
ดูบริการออกแบบกราฟิกของ Jetpack Creation แล้วเตรียมภาพอ้างอิงพร้อมเหตุผล ข้อความจริง และช่องทางใช้งาน เพื่อเริ่มบรีฟงานด้วยทิศทางที่ชัดเจน